วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ประโยชน์ของของเล่น

จำได้ถึง กระทู้ในดวงใจ เรื่องของเล่น มีแม่ท่านหนึ่งเขียนไว้ดีมากๆ Nuubambam
http://board.raklukefamilygroup.com/viewtopic.php?t=138072&highlight=

จะขอนำมาแปะไว้ตรงนี้ด้วย เผื่อคนที่จะหาข้อมูล

คุณค่าของการเล่น ของนักเล่นมืออาชีพวัย 4.2 ขวบ ที่แม่อยากบอก

แม่จะบอกใครเสมอว่า ลูกแม่เป็นนักเล่นมืออาชีพ เพราะหนูของแม่จะเล่นแบบ non-stop ตื่นขึ้นมาก็เริ่มเล่น เล่นจนกว่าจะหมดแรง บางคนไม่ค่อยเชื่อ ชอบคิดว่าแม่ต้องแอบสอนน้องแบมแบมเรียนหนังสือแน่แน่เลย หรือไม่ต้องให้ลูกเรียนพิเศษตรงนั้นตรงนี้เพราะน้องแบมแบมจะค่อนข้างมีพัฒนาการเกินวัย รู้เยอะ แม่อยากบอกว่าก็ตอนที่หนูเล่นนั่นแหละ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะสอนหนูเอง แม่ไม่ใช่ผู้กำกับ แต่เป็นแค่คนชี้ทางนิดหน่อยให้หนูได้หาทางพัฒนาศักยภาพในตัวเองอย่างเต็มที่

วันนี้และเกือบจะทุกทุกวันแม่ได้ยินเพื่อนเพื่อนข้างบ้านบ้าง เพื่อนแม่เองบ้างเวลาไปที่บ้านเค้า ดุลูกว่า เมาแต่เล่น เอาแต่เล่นอย่างเดียวไม่สนใจอะไรเลย ดูลูกบ้านนี้สิทำนี่ทำโน่นได้ เรียนหนังสือเก่ง ทำอะไรก็ได้ มามารีบมาเขียนหนังสือ แล้วก็จับลูกมาหัดคัดหัดเขียน จับให้นั่งอ่านหนังสือ ห้ามลูกออกมาข้างนอก

ใครใครมาที่บ้านเราหนแรกแรกก็ชอบตำหนิแม่ว่า ซื้อของเล่นมาให้ลูกทำไมเยอะแยะเปลืองเงิน และเป็นการฟุ่มเฟือย ทำให้ลูกสมาธิสั้น และอื่นอื่นอีกมากมาย แต่พอได้คุยกับลูก ได้เห็นพัฒนาการของน้องก็เปลี่ยนเป็นพูดแบบใหม่ ก็ซื้อของให้เยอะซะขนาดนี้ ถ้าพัฒนาการไม่ดีก็แย่แล้ว แม่ได้แต่ส่ายหน้า ด้วยความไม่เข้าใจไม่เข้าใจ

เวลาออกไปข้างนอก คนอื่นอื่นเห็นพัฒนาการของลูก ใครใครชอบถามแม่ว่า น้องอายุเท่าไหร่ค่ะ
ทำไมน้องพูดอังกฤษเก่งจัง ทำไมน้องอันนี้ อันนั้นได้แล้วค่ะ ทำไมน้องแบบนี้ได้ด้วยเหรอค่ะ ให้น้องเรียนที่ไหนค่ะ ให้น้องเรียนพิเศษอะไรที่ไหนบ้างค่ะ

แม่อยากบอกว่า แม่ก็รักลูกเหมือนแม่คนอื่นอื่น อยากให้ลูกเก่ง ดี มีความสุข แม่ก็อยากให้ลูกแม่เรียนรู้ให้มากที่สุด แต่การให้ลูกไปเรียนพิเศษที่นั่นที่นี่ไม่เคยอยู่ในความคิดของแม่ เพราะแม่คิดเสมอว่าแม่คือครูคนแรกที่ดีที่สุดสำหรับหนู เพราะฉะนั้นแม่ถึงต้องจัดเตรียมกิจกรรมต่างต่างเพื่อเล่นกับหนูของแม่

9 ความคิดเห็น:

มนแชง กล่าวว่า...

เล่นบล๊อค

แม่ชอบให้หนูต่อบล๊อค ต่อบล๊อคแล้วได้ประโยชน์อะไร
บางคนบอกว่า ให้ลูกต่อบล๊อคแล้วไม่เห็นได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่เลย ก็แค่เอามาวางเด็กก็ได้พัฒนากล้ามเนื่อนิดหน่อย หัดหยิบจับเสียบเข้า แต่สำหรับแม่

แม่อยากบอกว่า ตอนนี้ลูกกำลังใช้จินตนาการที่จะสร้างบางสิ่งบางอย่าง

บล๊อค 4 ชิ้นต่อกัน ลูกบอกแม่ว่ามันคือจรเข้ ผู้ใหญ่คนอื่นเห็นก็ขำ ว่ามองอย่างไรก็ไม่เหมือนจรเข้ แต่สำหรับแม่ แม่คิดว่าตอนนี้สมองซีกขวาของหนูกำลังทำงานได้ดีทีเดียว

ลูกมองหน้าผู้ใหญ่ที่หัวเราะขำจรเข้ของหนู แต่หนูก็ยืนยันว่ามันคือ จรเข้ พร้อมอธิบายว่า หัวหาง อยู่ไหน คนอื่นอาจจะมองดูหนูเพ้อเจ้อ แต่สำหรับแม่ลูกกำลังเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา สมองซีกซ้ายของลูกเริ่มทำงาน สรุปข้อมูลและจัดเรียงความคิด

ลูกคนอื่นต่อบล๊อคเป็นรูปแบบนั้นแบบนี้ แล้วเอามาอวดกัน แม่เห็นก็อดชื่นชมไม่ได้ แต่สำหรับลูกของแม่แค่หนูต่อบล๊อคให้สูงขึ้นไปเรื่อยเรื่อย ไม่ต้องเป็นรูปเป็นร่างอะไร แม่ก็พอใจเป็นปลื้มสุดสุด ลูกได้ออกกำลังกายส่วนต่างต่างของร่างกายไปด้วยในขณะที่ต่อบล๊อค และสิ่งที่สำคัญที่สุด ลูกเรียนรู้ที่จะเล่นร่วมกับคนอื่นได้อย่างดี ใครจะไปรู้ว่าไอ้บล๊อคแท่งแท่งที่หนูต่อไม่เป็นรูปร่างสักที วันหนึ่งข้างหน้าหนูอาจเป็น วิศวกรหญิงสร้างตึกที่สูงที่สุดในโลกก็ได้

แม่มีความสุขแค่ว่า ลูกรู้สึกสนุก และพอใจมีความสุขที่ได้ทำอะไรสักอย่างที่อยากทำ ได้เล่น
ในขณะที่ลูกต่อบล๊อค ลูกเรียนรู้เรื่องขนาด รูปทรง น้ำหนัก การถ่วงสมดุล ความสูง ความลึก ความละเอียด ความหยาบของวัสดุ โดยอัตโนมัติ
ชิ้นนี้ถ้าต่อตรงนี้แล้วมันล้ม ต้องเอาชิ้นแบบนี้มาเสริม ลูกเรียนรู้และแก้ปัญหาไปพร้อมกับการเล่น โดยไม่ต้องไปนั่งท่องนั่งเขียนไปจดไปจำ และที่สำคัญทักษะพวกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อลูกในการดำเนินชีวิตในทุกทุกวันต่อไปข้างหน้า

มนแชง กล่าวว่า...

เมื่อลูกของแม่ระบายสี

แม่เห็นแม่คนอื่นชอบบอกลูกและตำหนิลูกเรื่องระบายสีออกนอกเส้น ป้ายป้าย ละเลงละเลง พร้อมแนะนำให้เสร็จสรรพ หมีพูห์สีเหลืองต้องเอาสีเหลือง ทำไมต้องเอาสีนี้ มันไม่เข้ากัน แม่ไม่รู้ว่าแม่คนอื่นคิดอย่างไร แต่สำหรับแม่แค่ลูกทำชิ้นงานให้เสร็จ หมีพูห์จะเป็นสีดำขมุกขมอม แม่ก็ไม่ว่า เพราะแม่รู้ว่าลูกของแม่รู้จักการวางแผนดำเนินการ แม้รูปมันจะออกมาหน้าม่วงเชียว แต่หนูก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น

หนูของแม่ได้เรียนรู้เรื่องสีและรู้ว่าจะใช้มันอย่างไร หนูเรียนรู้ที่ใช้จินตนาการของหนูคิดสร้างสรรค์ผลงานลงแผ่นกระดาษด้วยตนเอง และพอใจกับงานของหนูด้วยตัวตนและความรู้สึกของหนูเอง อารมณ์ความรู้สึกนี้แม่สอนหรือหาซื้อมาให้หนูไม่ได้

ขณะระบายสีการจับพู่กันไปมาเพื่อที่จะระบายสีลงกระดาษให้ได้ ลูกของแม่เรียนรู้วิธีการทำงานระหว่างกล้ามเนื้อนิ้วมือให้ประสานกับการทำงานของสมอง แค่นี้สำหรับแม่ก็คุ้มเกินคุ้ม

และที่สำคัญที่สุดทุกครั้งที่หนูระบายสีหนูได้มีโอกาสเลือกภาพที่หนูระบายสีเองและที่สำคัญหนูได้เรียนรู้การตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะเลือกแต่งแต้มสีใดลงบนภาพ

อนาคตข้างหน้าหนูจะได้เรียนรู้ที่จะตัดสินปัญหา วิเคราะห็ปัญหาและหาทางแก้ไขที่ถูกต้องได้ โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก

มนแชง กล่าวว่า...

เมื่อหนูเล่นทราย

ทุกเย็นวันเสาร์แม่จะพาหนูไปเล่นที่สนามเด็กเล่น แม่ก็จะปล่อยให้หนูไปคลุกดินคลุกทรายตามใจชอบ เพื่อนแม่เคยถามว่าไม่กลัวทรายมันสกปรกเหรอ หมามันมาขี้มาเยี่ยว แม่ก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร เพราะแม่รู้ว่า

ในขณะที่ลูกแม่ขุดหลุมลึกลงไปเพื่อที่จะฝังมือลงบนทราย และกลบทับหลุมนั้นอยู่ ลูกแม่เรียนรู้การทำอย่างไรให้ทรายมันเข้าหรือออกจากถ้วยตวงกระป๋องหรือภาชนะบรรจุ

ขณะที่เม็ดทรายกำลังไหลริน ลูกของแม่กำลังปลดปล่อยตัวเองจากความเครียดทั้งหมด ความสนใจทั้งหมดของหนูมุ่งอยู่ต่อหน้าสิ่งที่ทำ หนูมีโอกาสที่จะทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนพอใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะเสร็จหรือไม่เสร็จ ทุกสิ่งทุกอย่างทำได้ด้วยตัวเองไม่ต้องมีการแข่งขันกับใคร

หนูได้เรียนรู้ขนาด น้ำหนัก การวัด การชั่งตวง ได้ทดลองด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่างต่างกัน ตั้งแต่ ช้อน ถ้วย กระป๋อง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีชิ้นงานสำเร็จหรือไม่ แต่ได้เล่นสนุกสนานอย่างที่ใจต้องการ แค่นี้ก็คุ้มค่าเกินกว่าที่จะดุหนูว่าทำไมไปเล่นทรายมอมแมมมา

ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ

มนแชง กล่าวว่า...

เมื่อลูกแม่ต่อจิกซอร์

บางครั้งหนูเล่นต่อจิกซอร์คนเดียว บางครั้งเล่นกับเพื่อน หรือบางทีก็ขอให้แม่ต่อช่วย หนูของแม่ก็ได้เรียนรู้ความแตกต่าง หนูเรียนรู้การมีสังคม การแสดงความคิดเห็น การเรียนรู้ที่จะช่วยและขอความช่วยเหลือคนอื่น

เมื่อหนูต่อจิกซอร์อยู่คนเดียว เจ้าจิกซอร์แผ่นนี้หนูพยายามปลุกปล้ำกับมันมานับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งสำเร็จเพราะแม่ช่วย บางครั้งสำเร็จเพราะทำกันหลายคนกับเพื่อนเพื่อน มาวันนี้หนูทำสำเร็จด้วยตัวหนูเอง หนูตะโกนลั่นแม่จ๋า หนูต่อจิกซอร์แผ่นนี้ได้แล้ว ต้องทำแบบนี้แบบนี้ แม่รู้ว่า หนูกำลังเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองทีละนิดและอย่างมั่นคง และวันนี้จากสิ่งที่หนูค่อยค่อยรวบรวมข้อมูลไว้ ก็สำเร็จลงได้อย่างดี สมองทั้งซ้ายและขวาของหนูเริ่มทำงานประสานกันได้ดีแล้ว

ทุกครั้งที่บรรจงวางแผ่นจิกซอร์ลงบนพื่นแต่ละชิ้น หนูของแม่อาจจะไม่รู้หรอกว่า การทำงานของสายตากับมือหนูกำลังประสานงานกันอย่างดีขึ้นทีละนิด

จิกซอร์ตัวน้อยน้อยเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีทีสุดสำหรับหนูต่อไปเมื่อหนูของแม่จะต้องเรียนการอ่าน การเขียน หนูจะประยุกต์การวางจิกซอร์ทีละตัวทีละตัว เป็นการผสมอักษรทีละตัวได้อย่างถูกต้อง ใครจะไปรู้ว่า แค่จิกซอร์ชิ้นน้อยน้อยเหล่านี้ อนาคตข้างหน้า หนูอาจเป็นนักวิชาการที่ดี เป็นนักประพันธ์หรือแม่แต่เขียนหนังสือไว้สำหรับสอนเด็กเล็กเล็กลูกหลานของหนูเอง

มนแชง กล่าวว่า...

ตุ๊กตาขนฟู กับตุ๊กตาเด็กผู้หญิงสำคัญสำหรับหนูขนาดไหน

เจ้าตุ๊กตาพวกนี้เก็บกักฝุ่นจะตาย ไม่เอาไม่ซื้อให้หรอก แม่เคยได้ยินคนพูดแบบนี้บ่อยบ่อย แต่สำหรับแม่ การที่หนูได้โอบกอดตุ๊กตาเหล่านี้ หนูกำลังฝึกวิธีการเป็นแม่ที่ดีในอนาคต หนูเรียนรู้สัมผัสอันอบอุ่นที่ส่งผ่านจากแม่กับลูกตุ๊กตาสมมุติของหนู หนูเลียนแบบความรักที่แม่ให้กับหนู
เวลาหนูได้กอดตุ๊กตานอนหลับหนูมีความสุขกับสัมผัสนั้นนั้น เมื่อหนูหลับสบาย เจ้า growth ฮอร์โมนก็จะหลั่ง ประโยชน์มากขณะนี้ แม่จะละเลยได้อย่างไร

แม่เคยได้ยินแม่ที่มีลูกชายบ่นว่า ให้ลูกเล่นตุ๊กตาเดี๋ยวก็กลายเป็นตุ๊ด สำหรับแม่ถ้าต่อไปแม่มีน้องชายให้หนู แม่ก็จะให้น้องหนูเล่นตุ๊กตา เพราะแม่รู้ว่า การฝึกดูแลเห่กล่อมลูกวันนี้ จะทำให้ลูกชายคนดี ซึมซับแบบอย่างความเป็นพ่อที่ดี และจะเป็นคุณพ่อขายาวที่แสนดีในวันข้างหน้า

เมื่อหนูพูดคุยกับตุ๊กตา แม่รู้ว่าหนูเริ่มฝึกถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของหนูเป็นคำพูด หนูเรียนรู้ที่จะเข้าใจเรื่องของอารมณ์และจัดการกับอารมณ์อย่างไร หนูเริ่มเรียนรู้กับการค้นหาคำตอบกับสิ่งที่หนูสมมุติขึ้น หนูสร้างจินตนาการของหนูอย่างไม่รู้จักจบสิ้น นี่เป็นพื้นฐานที่จะสร้าง EQ ที่ดีให้หนูในวันข้างหน้า

วันนี้ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนหนูขอเอาตุ๊กตาหมีไปโรงเรียนด้วย ทั้งที่หนูไม่เคยเอามันไป แม่อนุญาต เพราะแม่รู้ว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมาเราแม่ลูกต้องทำกิจกรรมนอกบ้านกันซะส่วนใหญ่ แม้อยู่ด้วยกันแต่ขาดความใกล้ชิดสนิทสนมไม่ได้เล่นกันเหมือนเคย แต่หนูลืมหยิบขึ้นรถไปด้วย พอลงรถหนูถามหามัน พอไม่มีหนูเริ่มร้องไห้จะเอาตุ๊กตาและจะเอาให้ได้ หนูของแม่ที่เคยมีเหตุผลหายไป หนูต้องการตุ๊กตาเพื่อชดเชยความอบอุ่นตรงนั้น บางคนอาจจะคิดว่าแค่ตุ๊กตา แม้แม่จะหงุดหงิดบ้างที่พูดอธิบายแล้วหนูไม่เข้าใจ แต่แม่รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุผลประกอบกัน แม่ยอมให้คนเอาตุ๊กตามาให้หนูที่โรงเรียนเพราะแม่รู้ว่าเป็นขวัญกำลังใจของหนู แต่วันนี้กลับไปหนูต้องโดนทำโทษแน่แน่ลูกรักโทษฐานที่เอาแต่ใจและไม่ฟังเหตุผลที่แม่มี

มนแชง กล่าวว่า...

ของเล่นสนาม

แม่คิดว่าเด็กส่วนใหญ่ชอบที่จะเล่นของเล่นสนามกันมากมาก เวลาที่เราไปเล่นของเล่นสนามแม่รู้ว่าหนูของแม่เริ่มเรียนรู้ความสำคัญของร่างกายของหนู หนูรู้ว่า มือ เท้า แขน ขา แต่ละชิ้นส่วนประกอบกันอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะเล่นของเล่นชิ้นนั้นนั้นได้ หนูเริ่มเรียนรู้การทดลองที่จะพัฒนาทักษะในแต่ละด้านของหนู การประสานงานของแต่ละส่วนในร่างกาย และรู้สึกสนุกและตื่นเต้นที่รู้ว่าทำท่าทางอย่างนี้แล้วจะโหนเสาได้ ถ้าย่อขาหน่อยหน่อยแล้วจะนั่งม้ากระดกได้ สะบัดเท้าเวลาชิงช้าแกว่งขึ้นและดันตัวเองเมื่อชิงช้าลงต่ำ จะทำให้ชิงช้าโยนตัวขึ้นสูง โดยที่ไม่ต้องให้พ่อหรือแม่แก่วงให้เหมือนเคย

แม่เคยสังเกตุเห็นทุกครั้งที่หนูไปสนามเด็กเล่น หนูจะพยายามไปปีนของเล่นชิ้นหนึ่งทุกครั้ง แต่ทุกครั้งที่ไปหนูพยายามแล้ว แต่หนูก็ยังทำไม่ได้ ทำให้แม่รู้ว่า หนูเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองถึงข้อจำกัดของสรีระร่างกาย สิ่งนี้ยังทำไม่ได้ หนูเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยไม่เสี่ยงที่จะเล่นของเล่นชิ้นนั้น และที่สำคัญทึ่สุด ไม่ว่าจะเล่นที่บ้านเราเองหรือนอกบ้าน หนูของแม่เรียนรู้ที่จะรอคอย และต่อคิวในการเล่น เรียนรู้ที่จะแบ่งปันของต่างต่างกับเพื่อน

มนแชง กล่าวว่า...

เล่นพ่อแม่ลูก

เคยมีเพื่อนหลายคนบอกแม่ว่า กลัวลูกเป็นตุ๊ดเพราะชอบเหลือเกินเล่นพ่อแม่ลูก แม่บอกเพื่อนว่า ไม่เห็นเป็นไรเลยเพราะเด็กเด็กจะได้เรียนรู้ว่า ในแต่ละสถานะต้องปฎิบัติตัวอย่างไร เป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกต่างกันอย่างไร และที่สำคัญที่สุดเค้าจะได้รู้สึกว่า การที่เค้าสมมุติตัวเองเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองต้องทำอย่างไร และมันก็สร้างจินตนาการที่ดีด้วย ถ้านั่งสังเกตุดียังจะได้รู้อีกว่าลูกต้องการให้เราทำอะไรให้ หรือเค้าคิดอะไรอยู่ หรือเค้าติดขัดตรงไหน เราจะได้แก้ไขถูก เพราะบางทีลูกไม่สามารถอธิบายหรือบอกความในใจได้ แต่เมื่อเค้าเล่น เค้าจะปลดปล่อยสิ่งที่คิดออกมา จดและจำให้ดีก็พอแล้ว

สำหรับแม่เด็กเด็กเล่นกันหลายหลายคนดีเสียอีก ยิ่งมีหลายเพศ เค้าจะได้แยกแยะได้ ถ้าลูกจะเป็นตุ๊ด แต๋ว เกย์ ทอม ดี้ มันอยู่ที่สังคมรอบข้างและความกดดันรอบนอกมากกว่า เด็กเด็กเพียงใช้จินตนาการ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ไปแต่งเติมความเข้าใจ เด็กเด็กไม่รู้ว่าตุ๊ด แต๋ว เกย์ ทอมเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่ใส่ข้อมูลให้ การที่เด็กเด็กได้เรียนรู้จักการติดต่อ ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นสิ่งที่ดี จะได้รู้จักการอรุ่มอะร่วย จะได้ไม่บ้าอำนาจตอนโตขึ้น เหมือนคนสองประเภท
ประเภทที่ 1 มีจนล้น กับประเภทที่ 2 ขาดจนชิน

หนูแบมแบมเองในบางครั้ง จัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็มีขู่เพื่อนถ้าไม่เล่นแบบเค้า เค้าจะไม่รักตัวเองแล้วล่ะ เป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบหนึ่งของเด็ก พอเพื่อนไม่ยอมก็จะปรับเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นไปเรื่อยเรื่อย เพื่อที่จะอยู่ในสังคมเองได้

มนแชง กล่าวว่า...

เล่นครัว

เมื่อลูกเล่นทำครัว ลูกกำลังเรียนรู้ลำดับความสำคัญ ต้องทำอย่างไรก่อนต้องทำอย่างไรหลัง
ลูกเรียนรู้การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งสำคัญมากกับทุกทุกอาชีพในอนาคตของลูก
ลูกเรียนรู้และจดจำสี ขนาด ชนิด รสชาดอาหาร อุปกรณ์ครัว ความสำคัญของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ลูกรู้จักแยกแยะลักษณะการใช้งาน ความแตกต่างของอุปกรณ์
ลูกเรียนรู้การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการจับ ยึด อุปกรณ์

แม่ภูมิใจทุกครั้งที่ลูกปรุงอาหารมาแล้วจัดเป็นชุดชุด ข้าว แกง น้ำ ลูกกำลังเรียนรู้ว่า ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญอย่างไรบ้าง
เมื่อแม่ชิมอาหารแล้วบอกไม่อร่อย มันเค็มไป ลูกเรียนรู้ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้มันดีขึ้น ลูกเรียนรู้ถึงปัญหาและยินดีที่จะปรับปรุงให้มันดีขึ้น
เมื่อแม่ทานเสร็จลูกเก็บชามไปล้างไปเก็บ แสดงว่าวันนี้ลูกแม่ให้ความสำคัญกับความสะอาด ความเป็นระเบียบวินัย
อาหารของลูกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ลูกเรียนรู้ความชอบไม่ชอบของพ่อ แม่ และเพื่อนเพื่อน ลูกจดจำและให้ความสำคัญกับรายละเอียดของแต่ละคน เพิ่มทักษะการสังเกต และการเรียนรู้การอยู่ในสังคมได้

ทุกครั้งที่ลูกนำใบไม้มาตำ มาโขก มาผสมกับน้ำ ใครจะไปรู้ว่า อนาคตลูกอาจจะเป็นนักเคมีที่สำคัญ แม่ครัวคนเก่งหรือเป็นคุณเภสัชกร หรือแม้แต่คุณหมอมารักษาแม่ของหนูเอง

มนแชง กล่าวว่า...

อย่าถามว่าวันนี้หนูเรียนอะไรมา จะตอบว่าหนูเรียนรู้จากทุกสิ่ง
ทั้งคณิต วิทยาศาสตร์ เรียนจนชิน กับทุกสิ่งที่แม่ทำประจำวัน

ข้าวหนึ่งจานที่หนูกินอยู่ทุกเช้า กับทุกคำที่หนูบรรจงใส่
ข้าวหนึ่งจาน ข้าวหนึ่งคำ เอ๊ะทำไม รสชาดจึงเปลี่ยนไปขนาดนี้
คำแรกแรกกินไปอร่อยดี กินอีกทีน่าเบื่อไม่หมดจาน

แล้วถามว่าข้าวหนึ่วจานได้อะไร หนูก็ได้ทั้งบวก ลบและคูณหาร
ได้รำเรียนวิทยาศาสตร์ข้าวหนึ่งจาน แปรคุณค่าเป็นสารอาหารชั้นดี