วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

โฮมสคูลสำหรับเด็กอนุบาล

ต้องขอออกตัวว่าไม่ชำนาญเรื่องนี้ แต่ได้ค้นหาข้อมูลไว้ เพื่อเป็นการเตรียมตัวลูกสองคน แม้ลูกจะเรียนโรงเรียนอินเตอร์ที่ต่างประเทศ แต่ดิฉันมีความตั้งใจว่าจะสอนโฮมสคูลภาคภาษาไทยควบคู่ไปด้วย เผื่อเราย้ายมาเมืองไทย ลูกจะได้มีทางเลือก สามารถเรียนภาคปกติของโรงเรียนไทยได้ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ในเวบรักลูก ซึ่งคุณอ๊อด แม่น้องปาล์ม ได้มีเมตตา ให้ข้อมูลที่ดีมากๆมาดังนี้

โฮมสคูลในเมืองไทยตอนนี้แบ่งได้ 3 ประเภทค่ะ
1.เด็กเข้าระบบตามปกติ แต่พ่อแม่มาเสริมให้ในวันหยุด หรือช่วงเย็น

2.เด็กทำโฮมสคูล โดยไปจดทะเบียนกับเขตการศึกษา เพื่อรอรับการประเมินผลช่วงชั้นต่าง ๆ แบบนี้ พ่อแม่ต้องจัดหลักสูตรให้อิงกับ 8 เนื้อหาสาระทางวิชาการที่กระทรวงกำหนด (ค่อยอธิบายรายละเอียดคราวหน้านะคะ) และมีการจัดทำ port folio ของเด็กเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของศึกษานิเทศน์ด้วย
แบบนี้ กำลังมีปัญหาอยู่ในทุกวันนี้ค่ะ เพราะพ่อแม่ที่ไม่ให้ลูกเข้า รร ก็เพราะไม่อยากทำตามระบบที่รัฐวางไว้ เวลาประเมินก็อยากให้รัฐประเมินแบบองค์รวม คือดูพัฒนาการเด็กทุกด้านพร้อม ๆ กัน แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับต้องการให้พ่อแม่ประเมินโดยใช้เกณฑ์วัดผลเหมือนในโรงเรียน เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจคำว่าโฮมสคูล ไม่เข้าใจแนวทางและวิธีการในการไม่นำเด็กเข้าระบบ

3.เด็กที่ไม่ขึ้นทะเบียนกับเขตการศึกษา (เหมือน ตปท)
แบบนี้ มีวิธีวัดผลการศึกษา 2 แบบค่ะ
3.1 นำเด็กไปเข้าชื่อไว้ที่ รร หมู่บ้านเด็ก ถึงเวลาก็ไปให้ครูแอ๋ว สอบ คือการนำเด็กไปเข้าค่ายให้ครูประเมินพัฒนาการ พฤติกรรม ปีละ 1 ครั้ง วิธีนี้จะได้วุฒิแค่ ประถมปลาย เพราะ รร เปิดสอนถึงแค่ ป.6 ค่ะ แล้วมาต่อที่ 3.2 จนจบ ม.ปลาย
3.2 พาเด็กไปสอบเทียบเอาวุฒิการศึกษากับ กศน เมื่ออายุครบ 16 ปี ตามข้อกำหนดของกระทรวง (เมื่อก่อน ไม่ได้กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้เข้าสอบเทียบ) มี 3 ระดับชั้น คือ ป.6 ม.3 ม.6


15 ความคิดเห็น:

มนแชง กล่าวว่า...

จากข้อมูลนี้ ดิฉันก็คิดว่า ดิฉันมีทางเลือกในการเตรียมตัวลูกสองคน อีกอย่างน้อย 3 ปี เพราะการเรียนโฮมสคูลในเมืองไทย จะเริ่มเมื่อชั้น ป.1 ซึ่งดิฉันก็คงนำลูกสองคนไปเข้าชื่อที่ รร.หมู่บ้านเด็ก และกลับมาสอบตามระยะ และหากลูกกลับมาช่วงประถมกลางๆ ก็จะสามารถมีทางเลือกว่า เข้าโรงเรียนอินเตอร์ หรือโฮมสคูล เพื่อรอสอบเข้าโรงเรียนธรรมดา ช่วงชั้นม.1 หรือจะเรียนแบบโฮมสคูลไปเรื่อยๆ หรือ จะหาโรงเรียนแนวทางเลือกที่เขาเรียนได้

เท่าที่ดิฉันศึกษาจากเวบหรือ การเรียนโฮมสตูลที่ตปท. ก็จะมีกำหนดว่า เด็กอนุบาล 3-5 ขวบจะมีการเรียนอะไรบ้าง มีหนังสืออะไร กิจกรรมอะไร และมีข้อมูลถึงชั้น ม.6
ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางได้ ดิฉันจะลองศึกษาแล้วบันทึกเป็นระยะ

แต่หากเพื่อนคนใดมาอ่าน เอาเป็นตัวอย่างได้ค่ะ แต่ควรปรึกษาเพื่อนๆที่สอนลูกแบบโฮมสคูลด้วยกัน และรวมกลุ่มกัน จะช่วยเหลือกันได้ประโยชน์ค่ะ

มนแชง กล่าวว่า...

ัในระดับอนุบาล 3-5 ปี หลักสูตรการศึกษาของ Charlotte Mason กำหนดไว้ว่าต้องฝึกฝนนิสัยดังต่อไปนี้
* Accuracy : ความระมัดระวัง
* Attention ความตั้งใจ
* Candor ความจริงใจ ตรงไปตรงมา
* Cleanliness : การรักษาความสะิอาด
* Courtesy ความมีมรรยาท
* Even Temper : อารมณ์สมำ่เสมอ
* Gentleness : นุ่มนวล
* Kindness : เอืื้อเฟื้อ
* Modesty อ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพ
* Neatness : ปราณีต
* Obedience : เชื่อฟังคำสั่ง
* Order
* Perfect Execution :
* Punctuality ตรงเวลา
* Regularity ความสมำ่เสมอ
* Remembering
* Respect
* Thoroughness ความละเอียดถี่ถ้วน
* Truthfulness ความซื่อสัตย์สุจริต

มนแชง กล่าวว่า...

เท่าที่สังเกตดู คือ เขาจะเน้นในเรื่องการปลูกฝัง EQ MQ AQ และ SQ ในช่วงวัยอนุบาล คือ ก่อน 6 ปี แต่เรื่องวิชาการจะไม่เน้น เน้นแค่การฝึกระบายสี การทำกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ การฟัง จากการการฟังการอ่านนิทาน การเล่นและทำกิจกรรมกลางแจ้งและการฟังคำสั่งสอนต่างๆของพ่อแม่ หากไปมองดูระดับประถมไป การเรียนโฮมสคูลจะเน้นไปทางการเรียนวิชา แขนงต่างๆ

ในช่วงการหัดเขียนของเด็ก 3 ปี จะให้เขียนบนทราย เขียนกลางอากาศ หรือเขียนบนข้าว ที่ใช้เพียงนิ้วมือเปล่าๆเขียน ไม่จับดินสอ เพราะเด็กยังควบคุมทิศทางมือและนิ้วไม่ได้

การเริ่มหัดอ่าน ก็จะหัดเรื่อง รูปทรง สี อักษร ABC

ในเรื่องวิชาคณิต ก็หัดนับตัวเลข ให้ฝึกฟังดนตรี ร้องเพลง ท่องกลอน ซึ่งสำหรับบ้านเรา ดิฉันแนะนำให้ฝึกท่องบทอาขยานบทง่ายๆ แต่มีคุณค่า เช่น มีสลึง พึงบรรจบให้ครบบาท เป็นต้น ลองไปที่หน้าบทความเรื่อง บทอาขยานดูสิคะ เลือกอันที่ง่ายๆ และสอนใจลูกบางอย่างในเรื่องการปลูกฝัง EQ MQ SQ AQ จะได้ไปในแนวทางเดียวกันกับที่ต้องสอนในวัยนี้พอดี

อีกอย่างหนึ่งที่ในหลักสูตรของ Charlotte Mason ต้องเรียนคือ คัมภี์ไบเบิ็ล แต่หากเรานับถือพุทธ เราก็สอนลูกเรื่องพุทธศาสนา ธรรมะง่ายๆ พาไปวัด ดิฉันคิดว่าพวกเด็กๆจะชอบ เสถียรธรรมสถานค่ะ เป็นสิ่งที่เสริมกันกับโฮฒสคูลทีเดียว สำหรับบ้านเรา ส่วนครอบครัวที่นับถือศาสนาใด ก็สอนตามหลักของศาสนาของตนนะคะ เป็นการปลูกฝัง MQ ของลูกค่ะ ห้ามละเลย และต้องทำเป็นประจำ ทุกๆอาทิตย์เป็นอย่างน้อย

มนแชง กล่าวว่า...

หลักสูตรของเด็ก 4 ขวบ จะต่อเนื่องกับเด็ก 3 ขวบค่ะ กล่าวคือ ต้องฟังนิทาน ทำกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ ระบายสี การฝึกนิสัย การศึกษาธรรมะของศาสนาที่นับถือ การเล่นและกิจกรรมกลางแจ้ง

สิ่งที่เปลี่ยนคือ การหัดอ่าน ก็จะเริ่มเรียนรู้เรื่องสระ พยัญชนะ ตัวสะกดต่างๆ เรื่องของคณิต เด็กจะท่องได้แล้ว ก็จะเริ่มศึกษาเรื่องการนับ ดูการเพิ่มของจำนวน ทีละหนึ่ง

มนแชง กล่าวว่า...

ในเรื่องการเรียนวิชาดนตรี ของ Charlotte Mason นี้น่าสนใจ เพราะเธอไม่ได้บอกว่าให้ฟังเพลงอะไรก็ได้ เธอมีขั้นตอนค่ะ เธอจัดเพลงดนตรีคลาสสิก ออกมาทั้งหมด 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีผลงานประพันธ์ของศิลปินเอก 6 ท่าน เช่น

กลุ่มที่หนึ่ง มี Bach, Mozart, Chopin, Strauss, Tchaikovsky,Stavinsky

ในแต่ละสัปดาห์ ให้เปิดดนตรีของนักประพันธ์หนึ่งท่านทุกวัน และสัปดาห์หน้าก็เปลี่ยนไปท่านอื่น จนครบ 6 สัปดาห์

ก่อนที่จะฟัง ก็จะพูดคุยกับลูกถึงชื่อนักประพันธ์ ประวัติของท่าน ยุคสมัย
กลุ่มที่จัดนี้ จะเป็นกลุ่มนักประพันธ์ที่อยู่ในยุคเดียวกัน ใกล้กัน ทำให้เด็กมีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ด้วย นอกเหนือจากการซึมซับอรรถรสทางดนตรี ที่มีหลาก Style เป็นการฝึกทักษะของหูด้วย ให้มีศักยภาพแม่นยำเรื่องตัวโน๊ต

หากมีโอกาสจะค่อยๆอธิบายและเขียนเรื่องนี้ละเอียดๆอีกครั้ง เพราะต้องเตรียมให้น้องแชงด้วย สำหรับอีก 6 เดือนข้างหน้า

มนแชง กล่าวว่า...

ในช่วงอายุ 5 ขวบ เด็กจะฝึกที่กล่าวมาแล้วต่อเนื่อง แต่การอ่าน ก็จะเริ่มอ่านเป็นประโยค อ่านยาวขึ้น แต่การสอนไม่ควรเกิน 10-15 นาที

การฝึกเขียน ก็จะเริ่มให้จับดินสอ เขียนตามเส้น หรือจุด

ส่วนการเรียนคณิตศาสตร์ ก็เริ่มเรียนแบบจริงจังผ่านเกมต่างๆ ซึ่งดิฉันก็ไม่สามารถอธิบายได้ เพราะไม่ได้ซื้อหนังสือที่กำหนดให้ค่ะ ต้องขออภัย

นอกนั้นฝึกต่อเนื่องหมด ไม่หยุดเลย แม้แต่เรื่องศาสนา ต้องทำต่อเนื่องทุกอาทิตย์เป็นอย่างน้อย เรื่องดนตรีก็ฟังกลุ่มที่ 2,3,4,5,6 ต่อเนื่องเช่นกัน ในวัย 4-5 ปี น้องอาจจะเริ่มอยากฝึกดนตรีก็ได้ ก็อาจจะเรียนได้แล้ว

bhujong กล่าวว่า...

เรื่องการฝึกนิสัยของ Charlotte Meson น่าสนใจมากค่ะ

ลูกเพื่อนเราเข้า รร.ที่เยอรมัน
เค้าบอกว่าวัยอนุบาลจะเน้นฝึกนิสัยเด็ก ฝึกวินัย และการอยู่ร่วมกับสังคมเป็นหลักก่อน

ทุกวัน ให้พ่อแม่เตรียมอาหารมาให้เด็ก
อาหารที่มีประโยชน์อันใดน่าสน ครูจะหยิบมาให้เพื่อนคนอื่นลองชิมด้วย

ทุกคนต้องชิม แต่ไม่จำเป็นต้องกิน (ให้เด็กรู้จักเลือกตั้งแต่เล็ก)

น่าสนุกจัง

ปล. อยากเห็นรูป แชงกับเชียร์มากกว่านี้ค่ะ

BJ กล่าวว่า...

พี่หุยคะ
ขอรายละเอียดเรื่องการสอนดนตรีเพิ่มเติมค่ะ

biwlovebig กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
mylittlefarm กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับสำหรับขอมูลที่ลงให้ กำลังสนใจจะให้ลูกเรียนโฮมสคูลที่บ้านเหมือนกัน ตอนนี้อายุประมาณ 3 ขวบครึ่งครับ ว่าจะเรียนเน้นเกษตรกับศาสนาครับ เพราะเรามีอาชีพเป็นเกษตรกร ขอบคุณอีกครั้งครับ และจะติดตามอ่านเรื่อยๆ ชูเกียรติ

มนแชง กล่าวว่า...

ขอบคุณคุณชูเกียรติที่แวะมาอ่าน ดีใจที่เป็นประโยชน์บ้าง หากสงสัยหรือต้องการข้อมูลอะไรเิพิ่มเติมของฝากคำถามได้ค่ะ ดิฉันจะช่วยค้นหาข้อมูลให้ หากทำได้ ดิฉันเองก็อยากจะสอนลูกเรื่องการเกษตรเช่นกัน ต่อไป หากทำดีๆ พยายามทำแบบไร้สารพิษ รักษาสิ่งแวดล้อม จะมีเป็นที่ต้องการมากค่ะ เป็นอาชีพที่ดีเลี้ยงตัวได้และเลี้ยงโลกเรา

mylittlefarm กล่าวว่า...

ตอนนี้ที่ปลูกผักอยู่เราก็ทำผักในระบบออร์แกนิกอยู่ครับ แต่เป็นแบบเล็กๆที่ขายในชุมชนท้องถิ่น ไม่ขอการรับรองระบบฯ ถ้าสนใจเกษตรลองติดตามดูได้ครับผมจะพยายามลงอัพเดตสัปดาร์ละครั้ง ขอคุณสำหรับน้ำใจที่พร้อมช่วยเหลืออีกครั้งครับ ชูเกียรติ

Thai Hanoian กล่าวว่า...

http://www.laurelsprings.com/our-families/college-bound/

http://online.oakschristian.org/our-students-oco/homeschool/index.aspx#bluebutton

http://www.homeschool.com/articles/Top100_2012/default.asp

Thai Hanoian กล่าวว่า...

http://www.khanacademy.org/

Jane@Tong กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันค่ะ ดีมากๆเลย เห็นภาพมากขึ้น ขอติดตามนะคะ