วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เรียนสนุกในโลกกว้าง สนุกกับวรรณคดีไทยที่อุทยาน ร.๒ (๓)

ในอุทยานร. ๒ นี้ ยังมีอีกเรือนหนึ่งที่เป็นพิพิธภัณฑ์ เกี่ยวกับเครื่องดนตรีไทย ซึ่งเราสามารถชมได้ตามสบาย แต่ห้่่ามถ่ายรูป เนื่องจาก ทางพิพิธภัณฑ์ เกรงว่าจะเป็นภาพที่ทำให้ผู้ที่สะสมของเก่า จะ "สั่งออร์เดอร์"  ซึ่งอาจทำให้เกิดการโจรกรรมได้  ดังนั้น ดิฉันจึงไม่สามารถถ่ายภาพจริงๆมาให้ชมได้ ได้แต่เล่า เรื่องราว ที่เพื่อนๆสามารถใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมพร้อมในการสอนลูกไป เที่ยวไปได้

ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะแสดงเครื่องดนตรีชิ้นสำคัญ เช่น  ซอสามสายที่ทำเลียนแบบ “ซอสายฟ้าฟาด” ​ซึ่ง​เป็น ซอสามสายคู่พระทัยของรัชกาลที่ 2 ที่​เป็นต้นกำ​เนิด​เพลง “บุหลันลอย​เลื่อน” ​เพลงนี้มีต้นกำ​เนิดจากพระสุบินของพระองค์​เอง (​โดย​เล่ากันว่า หลังจากพระองค์​ได้ทรงซอสามสายจนดึก ​ก็​เสด็จ​เข้าที่บรรทม​แล้วทรงพระสุบินว่า ​ได้​เสด็จ​ไปยังดิน​แดนที่สวยงามดุจสวงสวรรค์ ณ ที่นั้น มีพระจันทร์อันกระจ่าง​ได้ลอยมา​ใกล้พระองค์ พร้อมกับมี​เสียงทิพยดนตรีอัน​ไพ​เราะยิ่ง ประทับ​แน่น​ในพระราชหฤทัย ครั้นทรงตื่นจากบรรทม​ก็ยังทรงจำ​เพลงนั้น​ได้ ​จึง​ได้​เรียกพนักงาน ดนตรี มา​แต่ง​เพลงนั้น​ไว้ ​และทรงอนุญาต​ให้นำออก​เผย​แผ่ ​ซึ่ง​เคย ​ใช้ ​เพลงทรงพระสุบินนี้​เป็น​เพลงสรร​เสริญพระบารมีอีกด้วย) ​และตำนาน​เล่าสืบต่อกันมาว่า​เป็นซอที่มี​ความสวยงาม​และมี​เสียง​ไพ​เราะ ​ถึงกับ​เป็นต้น​แบบซอสามสาย​ในปัจจุบัน
 ซอสายฟ้าฟาด อันเลื่องชื่อ ที่สูญหายไปตั้งแต่ครั้งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซอองค์ใหม่นี้ เป็นของพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี  เป็นซอที่แกะสลักจากช้างงดงามมากค่ะ  และในพิพิธภัณฑ์ ยังแสดงเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ของจริงๆ เพื่อให้เด็กๆได้มีโอกาสรู้จัก เช่น ซออู้ ซอด้วง ฆ้องวง ระนาดเอก กลอง จะเข้

หากลูกเป็นเด็กโต ก็อาจจะสอนให้รู้จัก วงมโหรี วงเครื่องสาย วงปี่พาทย์ หรือแยกประเภทเครื่องดนตรี ดีด สี ตี เป่า ได้อีกค่ะ สอนเพิ่มขึ้นตามวัยของลูก และลองดูหลักสูตรการศึกษาของเด็ก ที่แยกว่า เด็กในแต่ละชั้นปี ควรเรียนรู้มากเพียงใด  ดิฉันจำได้ว่าตอนชั้นมัธยมปีที่ ๔ ต้องเรียนและำรายงานเรื่องประวัตินักประพันธ์เอก เช่น หลวงประดิษฐ์ไพเราะ และต้องทำรายงานเืรื่อง เพลงไทยเดิมประเภทต่างๆ  ที่นี่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้แรงบันดาลใจในการค้นคว้าศึกษามากเลยค่ะ


ซออู้

ซอด้วง

ซอสามสาย
จะเข้

ฆ้องวง

ระนาดเอก





  

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เรียนสนุกในโลกกว้าง สนุกกับวรรณคดีไทยที่อุทยาน ร.๒ (๒)

ที่อุทยาน ร.๒ นี่ ยังมีสิ่งที่เราสอนลูกได้อีกค่ะ เช่น เรื่องราวในวรรณคดีไทย  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงประสูติที่เมืองอัมพวาแห่งนี้เอง พระองค์ท่าน เป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความเป็นปราชญ์ และในรัชสมัยของพระองค์ท่าน ประเทศไทยของเรามีความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปะและวัฒนธรรมทุกๆด้าน โดยเฉพาะทางด้านวรรณคดี  พระองค์ท่านไ้ด้ทรงพระราชนิพนธ์ ที่ทรงคุณค่า ถือเป็นมรดกที่สำคัญของชาติ  ซึ่งพวกเราทุกคนและเด็กไทยทุกคน ได้เรียนในระดับชั้นต่างๆเช่น
  • บทละครเรื่อง  รามเกียรติ์
  • บทละครเรื่อง  อิเหนา (ได้รับยกย่องเป็นบทละครที่ไพเราะที่สุด) 
  • บทละครเรื่อง  สังข์ทอง 
  • บทละครเรื่อง  ไกรทอง 
  • บทละครเรื่อง  คาวี 
  • บทละครเสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน (ได้รับยกย่องเป็นยอดคำกลอนสุภาพ) 
  • กาพย์เห่เรือ

  ดังนั้นในอุทยาน ร.๒ จึงมีรูปหล่อ เป็นตอนสำคัญๆในวรรณคดี  ซึ่งทำให้ลูกๆ ของดิฉันตื่นเต้นมาก และอยากรู้อยากเห็น อยากให้เล่า เรื่องราวในวรรณคดีเหล่านั้น  ดิฉันได้ใช้โอกาสนี้ ปูพื้นฐานความรู้ลูกๆ เรื่องราชวงศ์จักรี และพระราชประวัติโดยย่อของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 

รวมทั้งเรื่องราวสนุกๆในวรรณกรรมที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น

หุ่นกระบอกเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งลูกสนใจมาก เพราะเคยไปดู Water Puppet ที่เวียดนามมาแล้ว


เรื่องราวรามเกียรติ์ ตอนหนุมานลักกล่องดวงใจทศกรรฐ์ถอดดวงใจฝากพระฤาษีโคบุตรไว้หนุมานจึงทำอุบายร่วมกับองคต มาลวงพระฤาษีว่า ขอเป็นข้าทศกรรฐ์แทนพระรามซึ่งใจร้ายใจดำพระฤาษีถูกอ้อนวอนมาก ๆ ก็ใจอ่อน จึงพาไปจะฝากตัวเป็นข้าทศกรรฐ์

จากวรรณคดีเรื่องไกรทอง ลูกสนใจมากเพราะเชื่อมต่อองค์ความรู้ที่ได้จากการไปเที่ยวฟาร์มจระเข้


อีกสิ่งหนึ่งที่น้องแชง ลูกคนโตสนใจ คือ เรื่องของหุ่นกระบอกของไทย  เพราะตอนที่อยู่ที่เวียดนาม ทางโรงเรียนเคยพาไปดูหุ่นกระบอกน้ำ Water Puppet ของเวียดนาม เป็นที่สนุกสนาน  เมื่อมาเห็นหุ่นกระบอกไทย จึงสนใจอยากชม และอยากทราบความแตกต่าง  ดิฉันจึงถือโอกาสสอนเรื่อง หุ่นกระบอก โขน ละคอน ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติไปด้วย

นี่ดิฉันก็วางแผนว่าจะไปซื้อนิทานวรรณคดี เหล่านี้มาให้ลูกอ่านไปก่อนค่ะ พอคร่าวๆ แต่เนื้อเรื่องเต็มๆ ก็มีเก็บไว้บ้างแล้วค่ะ ซึ่งรอให้ลูกอ่านเองตอนโต ต่อไป การเรียนรู้เรื่องวรรณกรรมดีๆ ช่วยพัฒนาทักษะ การใช้ภาษาไทยของลูก รวมทั้งทำให้ลูกเข้าใจเหตุการณ์ความรู้สึกนึกคิด สภาพชีวิตและสังคมของคนในอดีตได้ 

เรียนสนุกในโลกกว้าง สนุกกับวรรณคดีไทยที่อุทยาน ร.๒ (๑)

อุทยาน ร.๒ เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่ พระบามสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย คณะกรรมการ มูลนิธิร. ๒ ได้มีโครงสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นศูนย์กลางจำหน่ายเผยแพร่พืชผลทางเกษตรกรรม และผลผลิตพื้นเมือง อุทยาน ร. ๒ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๑ ไร่ อยู่ทางทิศตะวันตกของพระอารามวัดอัมพวัน เจติยาราม พระราชสมุทรเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดป้ายอุทยาน เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๓ ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารพิพิธภณัฑ์ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๒๕ และเปิดบริการให้ประชาชนเข้าชม ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นต้นมา


เรือนไทย ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอัมพวา และของเก่าหายากในยุคต้นรัตนโกสินทร์




ในอุทยาน ร. ๒ นี้ มีเรื่องราวมากมายที่ให้เด็กๆได้มีโอกาส เห็น และเรียนรู้สิ่งที่ได้เรียนในวิชาภาษาไทย ดนตรีไทย วรรณคดีไทย ดิฉันเองจำได้ว่า ในวัยเด็กที่เรียนวิชาเหล่านี้ หลายๆสิ่ง ไม่มีโอกาสได้เห็น ได้สัมผัส เพราะเป็นของหายาก หรือ ไม่ก็สูญหายเหลือแต่ตำนาน  แต่เด็กสมัยนี้โชคดี ที่เรามีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  ที่ทรงสนพระทัยเรื่องราวของมรดกชาติในอดีต พระองค์ได้ทรงมีพระดำริ และพระราชทานพระราชทรัพย์ ในการเก็บรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่สูญหาย ให้เราได้มีโอกาสได้เห็น  เช่น  ต้นมะม่วงหาว มะนาวโห่  เราก็ได้เห็นที่นี่ค่ะ

นี่เป็นชื่ออีกชื่อหนึ่งของมะนาวโห่

ผลมะนาวโห่คะ่ เหมือนมะนาวผ่าซีก


การเรียนของลูกเมื่อปีก่อน ที่เวียดนาม ลูกเีรียนเรื่อง "บ้าน"  สำหรับเด็กอนุบาล ๓ คุณครูเน้น เรื่อง โครงสร้างของบ้าน  เช่น ประตู หน้าต่าง หลังคา บันได และเรียนเรื่องห้องต่างๆ เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เป็นต้น    และเรียนว่า บ้าน และส่วนต่างๆทำจากอะไร    โรงเรียนพาเด็กไปเรียนรู้ที่ Ethnic Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บเรื่องราว ศิลปะ ชีวิตของชนเผ่า ๕๒ ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคต่างๆในเวียดนาม  ได้รู้ว่า เผ่าต่างๆ มีบ้านแบบไหน ต่างกันอย่างไร  และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เป็นต้น

มาคราวนี้ที่อัมพวา ดิฉันเองก็ได้มาต่อยอดความรู้เรื่องบ้านไทย ให้ลูกได้เรียนรู้ ต่อยอดเรื่องบ้าน ที่ลูกได้เรียนจากฮานอย เมื่อปีก่อน  เรือนไทยภาคกลาง ใต้ถุนสูง พื้นสะอาด  ไม่เหมือนกับที่เวียดนาม ศิลปะการสร้าง และโครงสร้างบ้าน งดงาม มั่นคงแข็งแรง จากไม้แกะสลัก เกลาเรียบร้อย  ทำให้เข้าใจความอ่อนหวาน ละเอียดอ่อน และสงบร่มเย็น ในจิตใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานทางวัฒนธรรมของไทยเรา ที่ไม่มีใครเหมือน

ระเบียงที่เชื่อมระหว่างเรือนหมู่

ตามชานเรือนปลูกไม้กระถาง เพื่อความสวยงามและร่มรื่น
เรือนไทยมีชานเรือนกว้าง เพื่อรับแขก และทำกิจกรรมร่วมกัน


 แต่ในวัยเด็กเล็กแบบนี้ ก็ไม่ได้สอนรายละเอียดมากหรอกค่ะ นอกจากจะบอกลูกว่า นี่เรียกว่าอะไร นั่นทำจากอะไร ไว้ใช้ทำอะไร  แต่หากลูกๆโตขึ้นก็็คงสอนรายละเอียดได้มากขึ้น เช่น หากลูกเรียนวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ก็จะมีหลายตอนที่บรรยายเรื่องเรือนไทย และส่วนประกอบของเรือนไทย ก็อาจจะได้ศึกษาในเชิงศิลปกรรมไทยได้ค่ะ     หรือลูกหลานใคร สนใจจะเรียนคณะสถาปัตยกรรม  ก็อาจจะพามาชม เพื่อเป็นการจุดประกายในการสร้างผลงานได้

เรือนไทยใต้ถุนสูง เพราะประเทศไทยฝนตกชุก และมักมีน้ำท่วม จึงตั้งเรือนไว้บนเสาสูงเพื่อป้องกันน้ำหลาก


สรุปแล้ว ที่อุทยานร. ๒ นี่ พาลูกมาได้บ่อยๆ และทุกช่วงชีวิต เพราะเด็กจะเรียนรู้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป ตามวัยของเขาค่ะ  ค่าเข้าชมสถานที่ ก็ไม่แพง แค่คนละ ๒๐ บาทเท่านั้น จอดรถฟรี  ความรู้ที่ได้ไป เกินคุ้มค่ะ

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เรียนสนุกในโลกกว้าง สนุกกับวิถีไทยที่อัมพวา

ดิฉันและสามี เคยปรึกษากันมานานแล้ว ว่าหากมีโอกาสย้ายกลับมาเมืองไทย อยากพาลูกไปเรียนรู้ชีวิตของคนไทยในภาคต่างๆ รู้จักวัฒนธรรม มรดกอันล้ำค่าของชาติ ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ดิฉันและสามีมีวันหยุดสามวันติดต่อกัน จึงได้วางแผนพาลูกไปพักค้างคืนที่ อำเภออัมพวา  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย มีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง แต่ได้รับความสุขรื่นรมย์ที่หลากหลาย  ที่ลูกๆยังไม่เคยสัมผัสจากการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆมาก่อน

ก่อนเดินทาง ดิฉันได้ให้ลูกศึกษาจากยูทูป เพื่อดูเรื่องราวของหิ่งห้อย แมลงตัวน้อยที่สามารถส่องแสงด้วยตัวเอง  และศึกษาจากหนังสือ เรื่อง The Big book of Why  ซึ่งให้คำอธิบายว่า ทำไม หิ่งห้อยจึงสามารถส่องแสงด้วยตนเองได้ เพราะอะไร  รวมทั้งศึกษาแผนที่ประเทศไทย แผนที่อัมพวา  และเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆในเมืองอัมพวา  เช่น อุทยาน ร.๒ และ ตลาดน้ำ และเปิดเพลงอัมพวา ของสุนทราภรณ์ให้ลูกฟังด้วย เป็นการปูพื้นความรู้ก่อนการเดินทาง  เด็กๆจะได้เตรียมตัว เตรียมใจ รับความสนุกพร้อมกับเรียนรู้อย่างเต็มที่

ในการเดินทางครั้งนี้ ลูกๆได้เรียนรู้เรื่องราวมากมาย ทั้งเรื่องเครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีฝรั่ง อาหารไทย ประเพณีการทำบุญตักบาตร  บ้านทรงไทย วรรณคดีไทย ประวัติและผลงานของศิลปินเอกหลายท่าน ชีวิตไทยพื้นเมืองในยุคหลายสิบปีก่อน อาหารไทย ขนมไทย และเรื่องของปลาทู และหิ่งห้อย

หิ่งห้อยตัวน้อย ที่ปล่อยแสงในยามค่ำคืน เพื่อแสดงให้เพศตรงข้ามรู้ว่า พร้อมที่จะผสมพันธุ์แล้ว

แผนที่ประเทศไทย และแสดงตำแหน่งจัำงหวัดสมุทรสงคราม สอนลูกเรื่องโครงสร้าง ประเทศ จังหวัด อำเภอ ไปด้วย

หิ่งห้อยเป็นหนึ่งในสัตว์ ประเภท bioluminescent ซึ่งเรืองแสงได้จากปฎิกิริยาเคมีในร่างกาย ที่เกิดขึ้นเมื่อต้องการผสมพันธุ์

ตลาดน้ำอัมพวา ที่สนุกแต่เช้ายันค่ำคืน

มารู้จักกองฟาง

อุทยาน ร. ๒ มรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของชาติ

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

เรียนสนุกในโลกกว้าง ท่องโลกใต้สมุทรที่ AQWA

น้องแชงดูปลากระเบนยักษ์ที่เส้นผ่าศูนย์กลางยาวเกือบ ๒ เมตร
ตู้ปลาดูพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆพร้อมคำอธิบายเรื่องวงจรชีวิตและความเป็นอยู่ของมัน

Sea Dragon หรือ มังกรทะเล หน้าตาคล้ายๆสาหร่ายในทะเล + ม้่าน้ำ เพื่อพรางตัวจากนักล่า


แม่ลูกสำราญท่องใต้สมุทร

Add caption

แมงกระพรุนทะเลตัวใสแจ๋ว ภัยอีกชนิดหนึ่งใต้ท้องทะเล

ปลาสิงโตทะเล ที่มีพิษที่หนามยนหลังของมัน หากโดนอาจจะถึงตายได้

ปลาำไหลทะเล สัตว์มีพิษที่ต้องระวังอีกชนิดหนึ่งใต้ท้องทะเล

อันนี้ไม่มีพิษ ลูกชอบมากจากการ์ตูน นีโม่ แรงบันดาลใจเรื่องสัตว์ทะเล

บ่ออนุบาลลูกปลากระเบน กับการให้อาหารลูกปลา

ปลาหิน ที่ต้องระวัง หน้าตาเหมือนหินมากเลย แต่หากเหยียบโดนที่ก็พิษเข้าสู่ร่างกาย ตายได้


ให้ลูกลองจับสัตว์น้ำ เช่น ดาวทะลชนิดต่างๆ



ปลาฉลามยักษ์ที่นี่ใหญ่กว่าตัวคน
ที่นี่เป็น Aquarium ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียค่ะ  ตั้งอยู่ที่ Hillarys Boat Harbor, Perth, Western Australia  ชื่อเต็มๆคือ  Aquarium of Western Australia   เข้าใจว่าเป็นบริษัทที่มาช่วยในการออกแบบและจัดทำ Siam Ocean World ที่พารากอนของเรา การจัดวางและภายในจะคล้ายกันมากและอัตราค่าเข้าก็พอๆกัน แต่ปลาฉลาม เต่าทะเล ปลากระเบนตัวใหญ่กว่าของเรามาก เพื่อนๆที่ไม่มีโอกาสพาลูกๆมา ชมที่ออสเตรเลีย ไปที่ Siam Ocean World ได้ค่ะ

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

เรียนสนุกในโลกกว้าง เลี้ยงสัตว์ฟาร์มที่ Caversham Wildlife Park

ที่ Caversham Wildlife Park ตั้งอยู่ใน Whiteman Park ที่ Swon Valley ชานเมือง Perth อยู่ห่างจากเมือง Perth ประมาณ ทางรถยนต์หนึ่งชม. ใน Swon Valley นี่เต็มไปด้วยฟาร์ค่ะ สามารถมาชมสารพัดสัตว์ฟาร์มอย่าง ใกล้ชิดได้ที่นี่ รวมทั้งการเดินเล่นแบบพวก Bush Walk เหมาะกับเด็กๆและครอบครัว และมีไร่องุ่น ทำไวน์รสเลิศหลายแห่ง มีโรงทำเบียร์ อาหารพวกเบียร์ฮอลล์ และโรงงานทำช็อกโกแล็ต มาเด็กๆไปกินฟรี ดิฉันกินซะอ้วนเลย ที่ใกล้ๆเมือง Perth ไปทางใต้จะมีเมืองอีกเมืองหนึ่งที่เป็นแหล่งทำฟาร์มแบบนี้ คือ Magarette River เป็นเมืองที่สวยกว่าที่นี่ค่ะ เขียวชะอุ่มกว่า แต่ไม่มี Wildlife Park

โดยปกติลูกๆสองคนเป็นเด็กชอบสัตว์ค่ะ เพราะดิฉันชอบพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ เกือบทุกๆเดือนหรือสองเดือนก็ว่าได้ ที่บ้านก็มีหนังสือเกี่ยวกับสัตว์มากมาย เพราะลูกชอบอ่านค่ะ แยกเป็นสัตว์ป่า สัตว์ฟาร์ม สัตว์บก สัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม  ตั้งแต่เล็กๆก็ให้ดูสารคดีสัตว์ค่ะ  มาออสเตรเลียคราวนี้ ไม่ใช่แค่ดู แต่ได้ใกล้ชิด ได้สัมพันธ์ สัตว์ฟาร์ม สัตว์ทะเล  เป็นประสบการณ์ที่ลูกๆ ประทับใจมากมาย
น้องเชียร์กำลังศึกษาเรื่องการบีบนมวัวจากเต้านมอย่างใกล้ชิด

การแสดงการตัดขนแกะในฟาร์มและการคัดเลือกขน รวมทั้งการบรรจุ การขายขนแกะ

วัวนม ที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในฟาร์มที่นิยมเลี้ยงกัน

อนุญาตให้เด็กๆมีส่วนร่วมในการป้อนนมลูกแกะ

น้องแชงเรียนรู้ประสบการณ์จากการบีบนมจากเต้า

จับมือสอนกันเลยค่ะ
ให้ลองสัมผัสหนังกิ้งก่าออสเตรเลีย มีลักษณะสากขรุขระ เป็นมันเหมือนหินขัด

ลูกๆเข้าไปสัมผัสกระต่ายพันธุ์ต่างๆถึงในคอก

ลองสัมผัสจิ้งโจ้

นี่ลูกๆดูจิ้งโจ้อึค่ะ กำลังสงสัยว่าทำไมไม่เหมือนของตัวเอง

ลูกจิงโจ้ดูดนมแม่ค่ะ

เอาอาหารเม็ด ทำจากหญ้าแห้งและฟางข้าวมาเลี้ยงจิงโจ้ค่ะ

หมีโคอาล่านอนวันละ ๒๐ ชม. ตื่นมากินๆ นอนๆแบบนี้ และกินใบยูคาลิปตัสบางสายพันธุ์เท่านั้น ที่สำคัญคือ เราห้ามแตะต้องอาหารของเขาค่ะ หากสัมผัสโดน มันจะไม่กินอาหารนั้น ต้องระวัง
ตัววอมแบ็ตค่ะ คงดูออกกันนะคะ ว่าใครเป็นใคร