เขียนแนะนำแม่ท่านหนึ่งในเวบค่ะ จึงเอามาฝากด้วย เผื่อใครสนใจจะนำไปแก้ไขปัญหาพฤติกรรมลูก คุณแม่ท่านนี้มีลูก ๓ ขวบ เพื่งเข้าโรงเรียน และตัวเองก็เริ่มไปทำงาน หลังจากเลี้ยงลูกเองจนลูกเข้าโรงเรียนค่ะ
เห็นใจคุณแม่มากค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ เพราะเด็กในวัยนี้ จะมีช่วงหนึ่งที่จะดื้อมาก พูดอะไรไม่ค่อยฟัง เพราะกำลังลองฝึกต่อต้านค่ะ ประการที่สอง เพื่งเข้าโรงเรียน อาจจะเห็นพฤติกรรมของเพื่อน ที่ทำเช่นนี้แล้วคิดว่าแปลกดี ลองทำดู ประการสุดท้าย คือ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม คือ แม่ที่เคยอยู่บ้าน ต้องไปทำงาน ไ่ม่มีเวลาใูห้ และลูกก็ต้องจากแม่ไปโรงเรียน ทำให้รู้สึกไม่มีความสุขเล็กๆ เพราะไม่ชิน
ปลุกพลังอัจฉริยภาพให้ลูก สอนลูกให้ชนะโลก ให้อยู่รอดในโลกใบนี้ได้อย่างสนุกสนาน ในแบบที่ลูกเป็น ไม่ใช่ในแบบที่เราต้องการให้ลูกเป็น ด้วยพลังแห่งความรักความอบอุ่นของครอบครัว
วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552
สูตรทำสี Finger Paint



หามาจากเวบรักลูกค่ะ ขอบคุณ คุณแม่น้องบ้าน สำหรับสูตรนี้
เจอสูตรมา น่าสนใจค่ะ เลยเอามาแปะให้ลองทำเล่นกัน ไม่ยากเลยค่ะ ลองดูนะคะ
...............
สูตรนมผง
1. นมผง 1/2 ถ้วย
2. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
3. น้ำอุ่น 1/2 ถ้วย
4. สีผสมอาหาร
เทนมผงและแป้งข้าวโพดลงในชาม คนๆๆให้เข้ากัน
พอเข้ากันดีแล้ว ค่อยๆเติมน้ำอุ่นทีละนิด คนๆๆไปเรื่อยๆจนเนียน
ใส่สีผสมอาหารเข้าไป คนต่อจนสีกระจายทั่ว
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ชวนไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง




เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสพาลูกๆกลับไปเยี่ยมบ้าน เนื่องจากเวียดนามมีการฉลองตรุษจีนยาวๆ เหมือนกับที่บ้านเราหยุดสงกรานต์ค่ะ ตอนที่ไปก็ได้เห็นสภาพเศรษฐกิจ เห็นสีหน้าและแววตาของเพื่อนร่วมชาติยามนี้ เห็นใจเหลือเกิน ข่าวการประกาศไม่ขึ้นเงินเดือน ลดเงินเดือน หรือการปิด หรือลดขนาดกิจการ ของทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยของเรา ทำให้ดิฉันอดที่จะเขียนกระทู้นี้ไม่ได้ เนื่องจากเห็นเพื่อนๆที่เป็นพ่อแม่จำนวนไม่น้อย ต้องพยายามหาเงินส่งลูกเรียนในระบบ และเรียนเสริมทักษะต่างๆ ในสภาวะแบบนี้ หลายๆท่านคงลำบาก จะตัดค่าใช้จ่ายอย่างไรดี อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ลองพิจารณาดูนะคะ
การประเมินการเีรียนรู้ของเด็กวัยก่อนอ.1
เรื่องที่จะเล่านี้ เพื่อนๆโฮมสคูล และแฟนคลับขาประจำ และขาจรที่มีลูกวัยประมาณ ก่อน ๓ ขวบ หรือก่อนเข้าโรงเรียนเอาไปดูได้ค่ะ ดิฉันได้คุยกะคุณครูของน้องแชง สรุปแล้วชั้นที่น้องแชงเรียน ก็ไม่ถือว่าเป็นอนุบาลหนึงนะคะ เป็นแค่เตรียมอนุบาล น้องแชงจะมีชั้นอนุบาลหนึ่งและสองค่ะ ก่อนเข้าชั้นประถม ดังนั้นแม่ๆที่มีลูกชั้นเตรียมอนุบาล หรือก่อนสามขวบ สามารถใช้เกณฑ์ที่เอามาเล่านี้ เป็นแนวทางในการฝึกสอนลูกได้ค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
นับเลข





อันนี้ ข้อมูลและภาพ โดย คุณ mamamol ค่ะ ขอบคุณมา ณที่นี้ด้วยนะคะ คำอธิบาย จะเรียงไปตามภาพนะคะ
อุปกรณ์
- ไม้ทาสีแดง สลับนำ้เงิน ท่อนยาว ประมาณ สิบช่อง หนึ่งท่อน
- การ์ดตัวเลข ติดตัวเลขด้วยกระดาษทราย
- เลขคู่สีน้ำเงิน เลขคี่สีแดงนะคะต้องเริ่มจากสีแดงเสมอ เนื่องจากสีแดงจะเป็นสีที่เด็กมีความประทับใจและจำได้ง่าย เลขหนึ่งคือเลขเริ่มต้น คือสีแดงอันแรก นะคะ
- เรียงไม้ไปตามจำนวน
- แล้วเอาไม้แสดงหมายเลขที่มีตัวเลขเป็นกระดาษทรายไปวางบนไม้ที่มีจำนวนตรงกัน
การทำแป้งโดว์

จากนั้นครูบัวก็สอนให้แม่ๆทำแป้งโดว์ไว้ให้ลูกๆปั้น เล่น งานนี้แม่ๆได้ลงมือกันถ้วนหน้า จะว่าไปการทำแป้งโดว์ก็ไม่ยากเย็น วัตถุดิบก็แค่ไม่กี่อย่าง แต่กว่าจะได้แป้งโดว์มาหนึ่งก้อนก็นวดแป้งกันพอได้เมื่อยมือกันไปถ้วนหน้า เหมือนกัน วัตถุดิบสำหรับทำแป้งโดว์ก็จะมี แป้งเอนกประสงค์(ตราว่าว) เกลือ น้ำมันพืช(หรือใช้เบบี้ออยล์ก็จะทำให้คุณภาพแป้งโดว์อยู่ตัวได้นานขึ้น) สีผสมอาหาร น้ำอุ่น เริ่มจากตวงแป้ง 1 ถ้วยและเกลือ 1 ช้อนชาใส่ชามหรือกาละมังเพื่อความง่ายในการนวด จากนั้นใช้มือคลุกให้ส่วนผสมเข้ากัน พยายามขยี้เม็ดเกลือให้แหลกเพื่อความเนียนของแป้งโดว์ ใส่น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดๆขยำๆ แล้วใส่น้ำมัน 1/2 ช้อนแล้วขยำต่อ ถึงตอนนี้ถ้าเราทำถูกตามขั้นตอนแป้งของเราจะเริ่มจับเป็นก้อนแล้ว จากนั้นก็ใส่สีผสมอาหารแล้วนวดๆขยำๆต่อค่ะ คอยดูเนื้อแป้งว่าเนียนนุ่มชุ่มชื้นดีหรือยัง ถ้ายังมีผิวแห้งๆให้เติมความชุ่มชื้นด้วยน้ำอุ่นหรือเติมสีเพิ่มความเข้มของ สีไปในตัวก็ได้ แต่ถ้าแป้งติดมือให้เติมน้ำมัน หมั่นนวดหมั่นเติมน้ำเติมสีจนได้เนื้อแป้งที่เนียนนุ่มชุ่มชื้น เพียงเท่านี้เราก็ได้แป้งโดว์ไว้เล่นกับลูกแล้วค่ะ การเก็บรักษาก็ไม่ยาก เอาใส่ถุงพลาสติกหรือกระป๋องปิดให้สนิท หรือใครจะเอาใส่ตู้เย็นก็ไม่ว่ากัน แต่เวลาจะเล่นก็ต้องเอาออกมาตั้งให้คลายเย็นก่อน เมื่อไหร่เห็นว่าแป้งแห้งหรือแข็งก็เช่นเดิมค่ะเติมความชุ่มชื้นด้วยน้ำอุ่น หรือสีผสมอาหาร แป้งโดว์นี้จะเก็บไว้เล่นได้ตลอดชั่วกาลนาน ฮี่ ฮี่
อันนี้ก็เป็นคำบรรยายของคุณเก่ง นะคะ ส่วนภาพเป็นของคุณ Nuulynn เจ้าเก่า ผู้เอื้อเฟื้อ
ขอบคุณดาราหน้ากล้องทุกท่านนะคะ แหมอิจฉาจัง
ขอบตาร้อนผ่าววววว
กรอกน้ำ :

อุปกรณ์จำเป็นก็จะมีขวดน้ำ ชามใส่น้ำ กรวย และช้อน งานนี้ก็ให้ลูกเอาช้อนตักน้ำแล้วเอาใส่ขวดโดยใช้กรวยช่วย งานนี้ฝึกความสัมพันธ์ระหว่างมือและตา สำหรับเด็กเล็กแนะนำให้หาขวดฐานกว้างเพื่อความมั่นคงของขวดไม่ล้มได้ง่ายๆ ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยใช้ขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็กก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้ขวดเบาลูกจะได้ฝึกการใช้มือสองข้าง เพราะข้างหนึ่งต้องตักน้ก และอีกข้างหนึ่งจะต้องจับขวดน้ำไม่ให้ล้มด้วย
ขอบคุณคุณเก่ง และคุณ Nuulynn สำหรับคำบรรยายและภาพประกอบค่ะ
จมๆลอยๆ :


อุปกรณ์มีกระป๋องน้ำ 1 ใบใส่น้ำค่อนกระป๋อง และวัสดุต่างรูปร่าง ต่างพื้นผิว เช่น ลูกปิงปอง ฟองน้ำ และอื่นๆเท่าที่จะประยุกต์หาได้ในบ้าน งานนี้จะเป็นการนำวัสดุต่างๆทีละชิ้นมาใส่ในกระป๋องน้ำ เช่นนำลูกปิงปองมาใส่ เด็กก็จะได้เห็นว่าลูกปิงปองลอยน้ำ แต่ถ้าใส่ก้อนหินๆก็จะจม เราก็จะอธิบายให้ลูกฟังว่าเพราะลูกปิงปองเบากว่าน้ำจึงลอย ครูบัวบอกให้อธิบายแบบวิทยาศาสตร์เพื่อลูกจะได้เรียนรู้ไปในตัว
ขอบคุณ คุณเก่ง และคุณNuulynn สำหรับคำบรรยาย และภาพประกอบค่ะ
ดูดน้ำเปลี่ยนขวด

: อุปกรณ์ก็จะมีขวดเล็กๆเช่นขวดแบรนด์ 2 ขวด และไซริงค์ที่เราใช้ป้อนยาให้ลูกเลือกมา 1 อัน จากนั้นเอาน้ำผสมสี(แนะนำให้ใช้สีผสมอาหาร)ใส่ขวดใบที่ 1 แม่สาธิตให้ลูกดูโดยใช้ไซริงค์ดูดน้ำสีแล้วถ่ายไปใส่ขวดเปล่า ค่อยๆทำจนน้ำสีหมดขวด ที่แนะนำให้ใช้น้ำสีเพราะจะดึงดูดความสนใจเด็กได้ และเด็กจะได้เห็นปริมาณน้ำที่ถูกดูดหรือถูกยักย้ายถ่ายเทไปมาได้โดยง่าย
ขอบคุณคุณเก่ง และคุณ Nuulynn ค่ะ สำหรับคำบรรยาย และภาพประกอบ
ตำๆหั่นๆ

ครกไม้เล็กๆน้ำหนักไม่มากนักจะเหมาะกับเด็กๆมากกว่าครกหินหนักๆนะคะ จากนั้นก็หาพืชผักใส่ให้ลูกตำ เลือกชนิดที่ไม่เผ็ดไม่แสบร้อนนะคะ เพราะลูกจะต้องมีหยิบชิมแน่ๆ ครูบัวแนะว่าเพิ่มเติมเรื่องการหั่นเข้าไปได้ โดยใช้มีดแบบฝรั่งแบบที่เป็นหยักๆไม่คมๆมาหั่นผัก ผลไม้ เลือกที่นิ่มๆหั่นง่ายนะคะ เช่น ถั่วฝักยาว ถ้าคุณแม่ได้นำพืชผักที่ลูกตำๆหั่นๆไปประกอบเป็นอาหารรับรองว่าลูกต้องอยาก ชิมแน่ๆ ได้ฝึกทักษะแล้วยังได้ความภูมิใจแถมไปอีกกองโตเลยทีเดียว
ขอบคุณคุณเก่ง และคุณnuulynn ค่ะ สำหรับคำบรรยาย และภาพถ่ายประกอบ
จับคู่ตะเกียบ

: มีตะเกียบอยู่หนึ่งกำ คาดว่าประมาณ 10 อัน (5คู่) จากนั้นให้เด็กนำตะเกียบวางและค่อยๆจับคู่ทีละคู่ สำหรับเด็กเล็กให้เริ่มจากปริมาณตะเกียบจำนวนน้อยและใช้ตะเกียบคู่ที่มีสี แตกต่างกันเห็นชัดเพื่อความง่าย และเสริมสร้างกำลังใจนะคะ งานนี้สอนเรื่องการฝึกสังเกตค่ะ
ขอบคุณคุณเก่ง สำหรับคำบรรยาย และภาพของคุณ nuulynn ค่ะ
กำลูกปัด-ตักข้าวสาร:
ในถาดจะมีชาม 2 ใบ ชามใบที่ 1 มีลูกปัดลูกเล็กๆขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตรอยู่ค่อนชาม จากนั้นก็จะให้เด็กกำลูกปัดให้เต็มมือแล้วค่อยๆนำลูกปัดไปใส่ชามใบที่ 2 งานนี้เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือ ประยุกต์มาเป็นการใช้ช้อนตักข้าวสารเปลี่ยนถ่ายใส่ชามก็ได้ประโยชน์ในเรื่อง สมาธิเช่นกัน
ขอบคุณคุณเก่ง สำหรับคำบรรยายค่ะ ไม่มีภาพค่ะ
ขอบคุณคุณเก่ง สำหรับคำบรรยายค่ะ ไม่มีภาพค่ะ
คีบปิงปอง

ขอบคุณ คุณเก่ง Icyrose สำหรับคำบรรยาย และภาพของคุณ Nulynn ค่ะ
ในตะกร้ามีปิงปองอยู่ประมาณ 5 ลูก กระป๋องพลาสติก 2 ใบ และที่คีบน้ำแข็ง 1 อัน ให้เด็กหัดคีบลูกปิงปองจากกระป๋อง 1 ไปใส่กระป๋อง 2 ทีละลูก เน้นว่าให้ทำอย่างช้าๆ ค่อยๆวางลูกปิงปอง ไม่เร่งรีบในการทำแต่ให้ทำด้วยความระมัดระวังและปราณีต งานนี้ได้สมาธิ
การเปิดปิดขวด

ขอบคุณ คุณเก่ง Icyrose สำหรับคำบรรยาย และคุณ Nuulynn สำหรับภาพถ่ายค่ะ ขอบคุณแม่นางฟ้า ที่เป็นเพื่อนที่ช่วยประสานงานมาตลอด และครอบคุณ ครูบัวค่ะ
ไฮไลท์ของวันนี้เป็นการสาธิต"งาน"ในชีวิตประจำวัน ซึ่งหมายถึงสิ่งที่เด็กๆจะได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในชีิวิตประจำ วันผ่าน"งาน"(กิจกรรม)แต่ละชิ้น อย่าลืมว่าเราต้องปูผ้าก่อนเริ่มทำงานทุกชิ้นนะคะ ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับน้ำก็จะใช้ผ้าพลาสติกแทน กิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่สามารถนำไปประยุกต์ทำและสอนลูกได้เอง ที่บ้านนะคะ ครูบัวฝากดูผ้าพลาสติก
1. เปิด-ปิดขวด: ครูบัวเริ่มจากตะกร้าที่มีขวดพลาสติกลักษณะเหมือนขวดยาอยู่ 2 ใบ ทราบภายหลังว่าเป็นการสอนให้เด็กเปิดปิดขวด พลาดกิจกรรมนี้ไปอย่างน่าเสียดายเพราะพอดีเอาบันบันไปกินนมนอน ใครทราบรายละเอียดช่วยอธิบายวิธีด้วยนะคะเก่งจะได้มาตามอ่าน งานชิ้นนี้ได้ฝึกทักษะการเปิดปิดขวดและกล้ามเนื้อมือ
ต่อไปก็คือสิ่งที่เก่งได้อธิบายไว้นะคะ บังเอิญว่าไม่ได้อยู่ด้วยเนื่องจากลงมาป้อนข้าวลูก เลยอดฟังครูบัวบรรยายอ่ะค่ะ
สามีก็มีเก็บภาพมาให้ แต่อาจจะมีตกหล่นบางภาพไปนะคะ
เริ่มจากรูปแรก ไล่จากที่เก่งสรุปไว้นะคะ เป็นตัวอย่างของขวด
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
โรงเรียนมอนเตสเซอรี่

นี่เป็นที่อยู่และรายละเอียดของโรงเรียนที่จัดกิจกรรม สอนแบบแนวมอนเตสเซอรี่ค่ะ มีเพื่อนๆที่เห็นรูปกิจกรรมและรายละเอียด ถามมา จึงขอรายละเอียดมาลงให้ จากแม่นางฟ้า เวบรักลูกค่ะ
หลายคนที่สนใจในระบบนี้ แล้วไม่มีโอกาสได้มา คุณครูบอกมีโทรมาคุยจากตปท. ก็มี ตัวเองมีโอกาสได้ไปพูดคุยให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนต้น ถึงบางส่วนของที่มาที่ไปในการสัมมนา ก็ยังบอกว่า หาน้อยนะ ที่จะมีรร.มอนเตสเซอรี่ไหนมาจัดสัมมนาให้กับพ่อแม่ทั่วไป ได้มีความรู้ความเข้าใจในการเรียนการสอน (ทั้งที่ลูกก็ยังไม่ได้เข้าเรียนในรร.เขาด้วย) สำหรับตัวเองก็บอกว่า มาเจอที่นี่แหละ ใครสงสัยอะไรถามได้หมด อยู่ที่ใครจะเก็บเกี่ยวเอาไปได้แค่ไหน
สำคัญที่สุด คือ รู้แล้ว ให้รู้จักนำไปใช้
ตอนแรกที่มาเยี่ยมชมรร.นี้ ยังคิดว่า เอาละ จะส่งลูกเข้ารร.นี้แหละ ทั้งพอใจในการเรียนรู้ การดูแล และความเป็นครูของคุณครูที่นี่ ( ถึงได้ขอให้คุณครูช่วยจัดอบรมให้ เป็นคนที่อยากรู้อะไร แล้วขอรู้จริง ๆ ) แต่เผอิญเพิ่งมาเจอทีหลัง ว่าที่ใกล้ ๆ บ้านมีรร.มอนเตสเซอรี่ อีกที่หนึ่ง สะดวกในการเดินทางกว่ามาก ก็เลยขอเลือกอีกที่หนึ่งแทน ยังบอกขอโทษคุณครูไป คุณครูก็ไม่มีปัญหา ไม่ว่าอะไร ยังว่า มีอะไรสอบถามกันได้เหมือนเดิมค่ะ (เทอมนี้รร. มีเด็กรวมทั้งหมด ถึงอ.3 อยู่ 15คน)
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคุณแจง(เจ้าของรร.) และครูบัว ที่ช่วยจัดสัมมนา ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
ขอบคุณMNSHANG ที่จะไปช่วยแจ้งข่าวสารแก่ส่วนรวมไว้ด้วยค่ะ
รร.ที่มีคุณครู ใจดีๆ อย่างนี้ เราก็อยากช่วยประชาสัมพันธ์ไปเหมือนกัน เพื่อเป็นกำลังใจให้คุณครูที่อุตสาห์เหนื่อยให้พวกเรา
ชายด์มอนเตสเซอรี่โฮม อยู่ซอยเย็นอากาศ 2 ระหว่างถนนนางลิ้นจี่กับถนนพระราม 4 โทร.02-249-2408/ 084-131-2974
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551
การทำบัตรคำสำหรับลูกน้อย
เห็นกระทู้ของคุณรักเรียนค่ะ ในเวบรักลูก เธอและเพื่อนๆได้แบ่งปันเรื่องการทำบัตรคำ ได้ชัดเจนดี ดิฉันจึงอยากนำมารวบรวมในบล็อกนี้ เผื่อเพื่อนๆ รุ่นหลังๆจะมาหาข้อมูลได้ง่าย
ขอบคุณคุณรักเรียนและเพื่อนๆนะคะ ที่ช่วยแบ่งปันข้อมูลที่มีค่านี้
ขอบคุณคุณรักเรียนและเพื่อนๆนะคะ ที่ช่วยแบ่งปันข้อมูลที่มีค่านี้
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ลูกปัด 100

ลูกปัด 100เป็นลูกปัดเล็กๆ 10 เม็ดเรียงเป็นแถวติดกันเป็นแท่ง เพราะฉะนั้น 1 แท่งลูกปัดแทนจำนวนเท่ากับ 10 ทั้งหมดจะมี 10 แท่งโดยมีข้อต่อติดแต่ละท่อน ลักษณะออกมาเหมือนเป็นสร้อยยาวร้อยเป็นวง แล้วก็จะมีป้ายลูกศรจำนวนเขียนว่า 10, 20, 30 ไปจนถึง 100 ให้เด็กวางตามข้อต่อ ข้อต่อแรกก็วางป้ายลูกศรว่า 10 ไล่ไปจนครบ 100 ก็คือการฝึกให้เด็กรู้ว่าจะนวนทีละ 10 รวมกัน 10 ครั้งเท่ากับ 100
คำบรรยายโดยคุณ Icyrose ภาพโดยแม่นางฟ้าค่ะ ภาพบนเป็นของ คุณ mamamol ค่ะ
แท่งไม้คณิตศาสตร์
แท่งไม้คณิตศาสตร์เป็นแท่งไม้ทาสีต่างขนาด จะใช้แค่ 2 สีคือสีแดงและสีน้ำเงิน เริ่มจาก 1 เป็นแท่งไม้สีแดงขนาดประมาณ 1 คืบ แท่งไม้ 2 ก็จะเป็นแท่งไม้ขนาด 2 คืบ ทาสีแดง 1 คืบและสีน้ำเงิน 1 คืบ แท่งไม้ 3 ก็จะเป็นแท่งไม้ขนาด 3 คืบทาสีแดงและน้ำเงินสลับอย่างละคืบ ไล่ไปจนถึง 10 คืบจะเป็นแท่งไม้ยาว 10 คืบ สังเกตว่าทุกแท่งจะเริ่มจากสีแดงเราจะยึดเป็นด้านหลัก เราก็จะนำแท่งไม้มาไล่จาก 1 การจับแท่งไม้เราจะกำเต็มมือเพื่อให้เด็กรู้ว่าแท่งไม้ขนาด 1 มือกำได้อันนี้คือ 1 นะ ขณะกำแท่งไม้นับ"หนึ่ง" แล้วจึงวางแท่งไม้ 1 ลงพื้นผ้าที่ปูไว้ ถ้าเป็นแท่งไม้ 2 ก็จะกำสีแดงก่อนแล้วออกเสียงนับ"หนึ่ง"เอามืออีกข้างกำส่วนสีน้ำเงิน ออกเสียงนับ"สอง" แล้ววางแท่งไม้ต่อจากด้านบนของแท่งไม้1 โดยให้สีแดงตรงกัน เมื่อถึงแท่งไม้3ก็ทำเช่นเดียวกันคือเริ่มกำจากส่วนสีแดงนับ"หนึ่ง" มืออีกข้างกำส่วนสีน้ำเงินนับ"สอง" จากนั้นจึงปล่อยมือจากส่วนสีแดงแรกมาจับส่วนสีแดงที่ต่อจากสีน้ำเงินนับ" สาม" แล้วจึงเรียงแท่งไม้ต่อจากแท่ง 2ขึ้นไปข้างบน อย่าลืมว่าสีแดงแรกต้องตรงกันเป็นแนว ไล่ไปจนถึงแท่งไม้ที่ 10 เราก็จะได้ไม้ 10 แท่งเรียงกัน โดยยึดด้านซ้ายเป็นหลักจะเห็นเป็นแนวยาวของแท่งสีแดงของไม้จำนวน 10 แท่งจากนั้นจึงเอาบัตรตัวเลข 1-10 วางกำกับที่แท่งไม้ เริ่มจากแท่งไม้ที่ 1 ก็คือวางบัตรเลข 1 ตรงแท่งสีแดง จากนั้นวางเลข 2 ลงแท่งไม้ที่ 2 ตรงแท่งสีน้ำเงิน วางไล่ไปทางขวาจนครบ 10 เด็กจะได้เรียนรู้ว่าสีแดงคือเลขค่ สีน้ำเงินคือเลขคู่ เป็นการเรียนรู้เรื่องจำนวน ได้เรื่อง sense of number นำมาประยุกต์ต่อได้เช่นถ้าเรานำแท่งไม้1 ไปวางต่อจากแท่งไม้ 2 ก็จะเป็น 2+1 ซืึ่่งเด็กก็จะเห็นเองว่าความยาวมันเท่ากับแท่งไม้ 3
คำบรรยายโดยคุณเก่ง Icyrose ภาพโดยแม่นางฟ้าค่ะ
กล่อง Binomial

กล่อง Binomial ไม่แน่ใจว่าเรียกชื่อถูกหรือเปล่า ได้ยินแม่ๆแถวนั้นเรียก ลักษณะจะเป็นกล่องไม้เปิดด้านข้างได้ 2 ด้าน บรรจุบล็อกทั้งหมด 8 อัน แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดสูง 4 อัน และชุดเตี้ย 4 อัน แต่ละด้านของลูกบาศก์จะระบายสีแตกต่างกันไป ถ้าเด็กไม่มีสมาธิจะงงกับสีและขนาด แล้วจัดเรียงกลับเข้าแบบเดิมไม่ถูก วิธีการสาธิตก็ต้องทำให้ลูกดูเรื่อยๆ เดี๋ยวเค้าก็จะทำได้ อุปกรณ์ชุดนี้เป็นชุดนึงที่เก่งชอบมาก เพราะรู้สึกได้ฝึกหลายอย่าง ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ เด็กจะได้ฝึกเรื่องเซ็ทจากการแยกขนาดบล็อกสูงและเตี้ย แล้วก็มีเรื่องสีที่เด็กต้องระวังไม่ให้เกิดความสับสน ชิ้นนี้ต้องเด็กโตหน่อยนะคะ ยากขึ้นไปจะมีอีกก่องคู่กันคือกล่อง Trinomial คือจะเป็น 3 ชั้น ยากขึ้นไปอีกหน่อยค่ะ จะเป็นงานที่ท้าทายขึึ้นไปอีกระดับสำหรับเด็ก
คำบรรยายโดยคุณเก่ง Icyrose ภาพโดยแม่นางฟ้าค่ะ ภาพบนเป็นของ คุณ mamamol ค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
